เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติเป็นนำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ จัดพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2565 นายสุรสีห์  กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติเป็นนำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ จัดพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2565 ณ อาคารจุฑามาศ  สำนักงานทรัพยากรนำ้แห่งชาติ

 

 

เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติเป็นนำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ลงนามถวายพระพร พร้อมทั้งถวายแจกันดอกไม้นื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2565

เมื่อวันที่ 1  มกราคม 2565 นายสุรสีห์  กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติเป็นนำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ลงนามถวายพระพร พร้อมทั้งถวายแจกันดอกไม้ หน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2565 ณ ศาลาหทัยสมาคม

 

สทนช.เข้าร่วม พิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล พิธีถวายบังคม พิธีวางพานพุ่มดอกไม้ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2564  นายสุรสีห์  กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ  เข้าร่วม พิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล พิธีถวายบังคม พิธีวางพานพุ่มดอกไม้ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2564  ณ ท้องสนามหลวง และจัดกิจกรรมจิตอาสา “รู้รักสามัคคี รักษ์สิ่งแวดล้อม พัฒนาคุณภาพชีวิต” ณ อาคารจุฑมาศ  สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

สทนช.จัดพิธีวันคล้ายวันสถาปนา สทนช.ครบรอบ 4 ปี

วันนี้ (25 ตุลาคม 2564) เวลา 08.30 น. ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) พร้อมด้วย นายชยันต์ เมืองสง รองเลขาธิการ สทนช. คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สทนช. ร่วมพิธีวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ครบรอบ 4 ปี ณ อาคารจุฑามาศ สทนช. ถนนวิภาวดีรังสิต เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ โดยร่วมสักการะพระพุทธรูปประจำ สทนช. “พระพุทธนาคา ธาราธิบดี” ต่อจากนั้นประกอบพิธีไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำอาคารจุฑามาศ โดยถวายเครื่องสักการะท้าวเทพมหาพรหมและสักการะพระบรมรูป ร.5 และร่วมถวายจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ จำนวน 9 รูป เพื่อเป็นสิริมงคลและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่บุคลากรของ สทนช.

โหลดภาพเพิ่มเติม….คลิ๊ก

 

สทนช.ร่วมคณะนายกฯ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม จ.สิงห์บุรี

     สทนช.ร่วมคณะนายกรัฐมนตรีติดตามสถานการณ์อุทกภัย จ.สิงห์บุรี พร้อมมอบ สทนช.เร่งรัดดำเนินโครงการตามแผนงานบรรเทาอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยาอย่างเป็นระบบ เพื่อลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตให้กับประชาชนโดยเร็ว
วันนี้ (20 ต.ค.64) ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยในโอกาสร่วมคณะนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์อุทกภัย และตรวจเยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบถุงยังชีพให้ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยชุมชนบางแคใน จ.สิงห์บุรี ว่า แม้ว่าสถานการณ์น้ำในภาพรวมของแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างจะมีระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 0.39 – 2.32 ม.และเขื่อนเจ้าพระยา (C.13) มีอัตราการะบายที่ 2,673 ลูกบาศก์เมตร/วินาที แต่ในช่วงวันที่ 23 – 30 ต.ค.นี้ จะมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นจาก จ.นครสวรรค์ และ จ.อุทัยธานี จึงมีการปรับเพิ่มปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท อยู่ในเกณฑ์ 2,700 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณเหนือเขื่อนและท้ายเขื่อนเจ้าพระยา มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 0.20 – 0.40 เมตร ซึ่งล่าสุดกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ หรือ กอนช.ได้ออกประกาศฉบับที่ 24 แจ้งเตือน 9 จังหวัดริมแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง เพื่อให้หน่วยงานติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง ตรวจสอบแนวคันกั้นน้ำ พร้อมทั้งตรวจสอบความแข็งแรงและจุดรั่วซึมของแนวป้องกันน้ำท่วม รวมถึงปรับแผนบริหารจัดการเขื่อนระบายน้ำและประตูระบายน้ำ เพื่อพร่องน้ำและเร่งระบายน้ำในลำน้ำ แม่น้ำ และเตรียมแผนรองรับสถานการณ์น้ำหลาก เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือ รวมถึงความพร้อมของระบบสื่อสารสำรอง เพื่อบูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนได้ทันที
ดร.สุรสีห์ กล่าวเพิ่มเติมถึงสถานการณ์อุทกภัยใน จ.สิงห์บุรี ซึ่งได้รับอิทธิพลจากหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอ่าวไทย ทำให้เกิดฝนตกหนัก ส่งผลให้มีน้ำท่วมทั้งหมด 14,923 ไร่ ในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อ.ค่ายบางระจัน อ.ท่าช้าง อ.บางระจัน อ.พรหมบุรี อ.เมืองสิงห์บุรี และ อ.อินทร์บุรี ซึ่งหน่วยงานเกี่ยวข้อง อาทิ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดสิงห์บุรี กรมทางหลวงชนบท หน่วยทหารในพื้นที่ได้เร่งเข้าสํารวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือประชาชน ควบคู่กับการเร่งระบายน้ำหลากลงสู่ทะเลให้เร็วยิ่งขึ้น โดยกรมชลประทานนำเครื่องผลักดันน้ำ ไปติดตั้งจำนวน 2 แห่งบริเวณคลองพังทลาย ต.บางตะเคียน เพิ่มเติม ที่ ปตร.สองพี่น้อง อ.สองพี่น้อง และติดตั้งเรือผลักดันน้ำของกองทัพเรือ ที่ตำบลบางเลน อำเภอสองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี บริเวณ สะพานข้ามแม่น้ำวัดไผ่โรงวัวอีก 20 เครื่องด้วยเช่นกัน
“นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ สทนช. บูรณาการหน่วยงานเกี่ยวข้องวางแผนแก้ไขปัญหาด้านน้ำในระยะยาว ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนรัฐบาลภายใต้แผนแม่บทฯ น้ำ 20 ปี โดยในระยะเร่งด่วนให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติ บริหารจัดการน้ำหลากเพื่อลดความเดือนร้อนของประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม รวมถึงวางแผนเก็บน้ำหลากไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งหน้า โดยให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางแผนการปรับเปลี่ยนการเพาะปลูกพืชในฤดูน้ำหลากให้เหมาะสมสอดคล้องกับแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำที่จะใช้เป็นพื้นที่รับน้ำหลาก ต้องเร่งจัดทำรายละเอียดการจ่ายค่าทดแทนหรือค่าชดเชยความเสียหายอย่างเหมาะสม เพื่อให้ประชาชนสามารถดำรงชีพได้ไม่เดือดร้อน ทั้งนี้ สทนช. ต้องเสนอ (ร่าง) หลักเกณฑ์การใช้พื้นที่ลุ่มต่ำเป็นพื้นที่รับน้ำนองและการจ่ายเงินค่าทดแทนหรือค่าชดเชยความเสียหาย ต่อคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช .) เพื่อให้ความเห็นชอบ และเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณา ก่อนที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำไปปฏิบัติต่อไป และท้ายที่สุด คือ ให้ สทนช. บูรณาการกระทรวงมหาดไทยตรวจสอบความแข็งแรงมั่นคงของพนังกั้นน้ำเจ้าพระยา จัดทำแผนบำรุงรักษา และซ่อมแซมปรับปรุงบริเวณจุดเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง และบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการดำเนินโครงการตามแผนงานบรรเทาอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยาอย่างเป็นระบบ เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต”ดร.สุรสีห์ กล่าว
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ
20 ตุลาคม 2564

โหลดภาพเพิ่มเติม….คลิ๊ก

 สทนช.จัดพิธีวางพวงมาลา เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร

เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2564 นายสุรสีห์  กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติเป็นประธาน  จัดพิธีวางพวงมาลา เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร.

ณ อาคารจุฑามาศ ชั้น 10  สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

 

 

สทนช.เร่งทบทวนผลิตภาพการใช้น้ำภายใต้แผนแม่บทฯ น้ำ 20 ปี

วันนี้ ( 18 ต.ค. 64 ) ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เป็นประธานพิธีเปิดการประชุมปฐมนิเทศโครงการจัดทำข้อมูลผลิตภาพการใช้น้ำภายใต้แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร ซึ่ง สทนช.ได้มอบหมายใหมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นที่ปรึกษาดำเนินโครงการดังกล่าว ซึ่งโครงการนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อรวบรวมและจัดทำแนวทางการวิเคราะห์ผลิตภาพการใช้น้ำภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ รวมถึงน้ำอุปโภคบริโภค ในปัจจุบันร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 2) เพื่อประเมินผลิตภาพการใช้น้ำของภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ รวมถึงน้ำอุปโภคบริโภค ในระดับประเทศ จังหวัด และลุ่มน้ำ 3) เพื่อนำผลวิเคราะห์ผลิตการใช้น้ำภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ รวมถึงน้ำอุปโภคบริโภค ในระดับจังหวัด และลุ่มน้ำ นำไปสู่ข้อเสนอแนะที่ช่วยเพิ่มผลิตภาพการใช้น้ำ ซึ่งนอกจากจะมีการนำเสนอรายละเอียดของการดำเนินโครงการให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ผู้มีส่วนได้เสียได้รับทราบแล้ว ยังเปิดโอกาสให้มีการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงการศึกษาให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ทั้งนี้ เพื่อนำไปสู่การเร่งขับเคลื่อนแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ และตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580)

“บิ๊กตู่” ห่วงชาวอุบลฯ สั่งเร่งป้องกันผลกระทบมวลน้ำหลาก

“บิ๊กตู่” ห่วงชาวอุบลฯ
สั่งเร่งป้องกันผลกระทบมวลน้ำหลาก

สทนช. ติดตามนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี เพื่อรับทราบสถานการณ์น้ำในปัจจุบันและแนวทางการบริหารจัดการน้ำ ตาม 10 มาตรการฤดูฝน ย้ำหน่วยงานร่วมมือเตรียมแผนเผชิญเหตุอุทกภัยให้มีความพร้อมสูงสุด ทั้งติดตามความก้าวหน้าโครงการสำคัญด้านน้ำในลุ่มน้ำชี-มูล แก้ปัญหาน้ำอย่างยั่งยืน

วันนี้ (15 ต.ค. 64) ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยภายหลังติดตาม พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและแนวทางการบริหารจัดการน้ำของ จ.อุบลราชธานี ณ เขื่อนสิรินธร ต.นิคมลำโดมน้อย อ.สิรินธร พร้อมตรวจเยี่ยมการบรรเทาภัยและการฟื้นฟูผู้ประสบภัย ณ ศูนย์พักพิงโครงการปรับปรุงคุณภาพน้ำ ต.วารินชำราบ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ว่า นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยสถานการณ์น้ำในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี เนื่องจากมีการประเมินสถานการณ์ว่ามวลน้ำหลากจากพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม และนครราชสีมา จะไหลมารวมที่ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี การลงพื้นที่ในวันนี้เพื่อเป็นการติดตามแนวทางการบริหารจัดการน้ำและเร่งรัดการเตรียมความพร้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตาม 10 มาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2564 ให้สามารถรับมือกับผลกระทบจากมวลน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจากการติดตามคาดการณ์สถานการณ์น้ำของ จ.อุบลราชธานี ทั้งในบริเวณพื้นที่ลุ่มน้ำชีและลุ่มน้ำมูลในระยะต่อจากนี้ พบว่า บริเวณลุ่มน้ำชี คาดการณ์ประเมินปริมาณน้ำจากแม่น้ำชีผ่านอำเภอเขื่องใน จะไปบรรจบลงแม่น้ำมูล ที่อำเภอเมืองอุบลราชธานี ประมาณ 900 – 1,000 ลบ.ม./วินาที ไปถึงช่วงวันที่ 24 – 29 ต.ค. 64 ทั้งนี้ กรมชลประทานจะเร่งระบายมวลน้ำของแม่น้ำมูลลงแม่น้ำโขง ก่อนที่มวลน้ำจากแม่น้ำชีจะลงไหลลงไปสมทบภายหลัง ณ เมืองอุบลราชธานี ซึ่งจะไม่มีผลทำให้ปริมาณน้ำที่สถานี M.7 ล้นเอ่อท่วมในเขตเศรษฐกิจเมืองอุบลราชธานี ส่วนบริเวณลุ่มน้ำมูล ณ สะพานเสรีประชาธิปไตย อ.เมืองอุบลราชธานี ระดับน้ำสูงสุดเมื่อวันที่ 4 ต.ค. 64 อยู่ที่ 7.49 เมตร (สูงกว่าตลิ่ง 0.49 เมตร) และปัจจุบันระดับน้ำอยู่ที่ 6.70 เมตร ต่ำกว่าตลิ่ง 0.30 เมตร มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง วันละ 0.10 – 0.15 เมตร

ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังได้ดำเนินโครงการสำคัญเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำชีและลุ่มน้ำมูล ทั้งการดำเนินงานในปัจจุบันและแผนในระยะถัดไป โดยในช่วงปี 2559 – 2564 เกิดโครงการสำคัญรวม 34 โครงการ ครัวเรือนรับประโยชน์ 63,673 ครัวเรือน พื้นที่รับประโยชน์ 557,686 ไร่ ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นเกือบ 300 ล้าน ลบ.ม. เป็นโครงการป้องกันภัยน้ำท่วม 10 โครงการ สามารถป้องกันพื้นที่น้ำท่วมได้กว่า 3.7 แสนไร่ ตัวอย่างโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ เช่น โครงการอ่างเก็บน้ำลำเจียง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการแก้มลิงแก่งน้ำต้อน โครงการอ่างเก็บน้ำลำสะพุง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า บ้านหนองไหล ฯลฯ และยังมีแผนดำเนินการโครงการสำคัญ ปี 2565 – 2567 อีก 129 โครงการ ซึ่งอยู่ภายใต้แผนหลักการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำกลุ่มลุ่มน้ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และแผนปฏิบัติการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 5 ปี ครอบคลุมทั้ง 6 ด้าน สอดคล้องตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี ซึ่งเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จทำให้มีพื้นที่รับประโยชน์ 2.40 ล้านไร่ ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นเกือบ 2,000 ล้าน ลบ.ม. เป็นโครงการป้องกันภัยน้ำท่วม 20 โครงการ สามารถป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ 84,582 ไร่ เช่น 1) โครงการผันน้ำ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์-ลำตะคอง 2) โครงการบรรเทาอุทกภัย ทน.ราชสีมา-อำเภอพิมาย และเพิ่มพื้นที่ชลประทานอำเภอโนนสูง 3) โครงการประตูระบายน้ำลำน้ำเชิญ 4) โครงการจัดหาน้ำดิบเพื่อผลิตน้ำประปาที่โรงกรองน้ำบ้านมะขามเฒ่า และ 5) อ่างเก็บน้ำห้วยกระแหล่ง เป็นต้น

นอกจากการติดตามเร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเตรียมพร้อมรับมือกับมวลน้ำหลากเพื่อป้องกันผลกระทบแก่ชาวอุบลราชธานีให้ได้มากที่สุดแล้ว นายกรัฐมนตรียังได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารจัดการน้ำท่วมในช่วงนี้ โดยคำนึงถึงการเพิ่มการเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งต่อไป ควบคู่กับมอบหมายให้กรมชลประทาน ร่วมกับจังหวัดอุบลราชธานีและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง สร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับโครงการผันน้ำเลี่ยงเมืองอุบลราชธานี ตามแนวทางการบริหารจัดการน้ำหลากในเขตผังน้ำมูล-ชี ที่ สทนช.ดำเนินการศึกษา ให้หน่วยงานเกี่ยวข้องนำไปขับเคลื่อนสู่การปัญหาเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้อย่างยั่งยืน อาทิ การประเมินระยะเวลาการเดินทางของน้ำตามลำน้ำเพื่อคาดการณ์ และเตือนภัยระดับและปริมาณน้ำ หรือก่อสร้างแนวผันน้ำเพิ่มเติมในบริเวณชุมชนที่สำคัญบริเวณแม่น้ำมูลตอนล่าง พัฒนาพื้นที่ลุ่มต่ำ (แก้มลิงธรรมชาติ) เป็นพื้นที่น้ำนอง เพื่อบริหารจัดการร่วมกับเขื่อนระบายน้ำในแม่น้ำมูลได้ เป็นต้น เพื่อการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ได้ในระยะยาว

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ
15 ตุลาคม 2564

“บิ๊กป้อม” ลุยพื้นที่ตรวจน้ำท่วมขอนแก่น

เมื่อวันที่ (14 ตุลาคม 2564) พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำ จ.ขอนแก่น โดยประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการบริหารจัดการน้ำท่วมในลุ่มน้ำชีเพื่อป้องกันและลดผลกระทบให้กับประชาชนโดยเร็วที่สุด โดยมี นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวต้อนรับและรายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่ ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) นำเสนอภาพรวมการบริหารจัดการน้ำตามมาตรการ กอนช. และแผนแก้ไขปัญหาน้ำท่วมทั้งระบบ ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน นำเสนอแนวทางการบริหารจัดการน้ำและแผนการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม/น้ำแล้งในพื้นที่ รวมถึงผู้แทนหน่วยงานในพื้นที่ อาทิ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กรมอุตุนิยมวิทยา และผู้ว่าราชการอีก 3 จังหวัดลุ่มน้ำชี ได้แก่ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด และ ยโสธร เข้าร่วมประชุมด้วยเนื่องจากเป็นพื้นที่รับมวลน้ำต่อจาก จ.ขอนแก่น เข้าร่วมนำเสนอการบริหารจัดการน้ำภาพรวมและการเตรียมการรับมือ ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น ก่อนที่รองนายกรัฐมนตรีจะทำพิธีกดปุ่มกิจกรรมเพิ่มความสุขสูบน้ำด้วยเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ เพื่อเติมน้ำต้นทุนแก้ปัญหาภัยแล้งให้กับพื้นที่ อ.ภูเวียง และ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น หลังจากนั้นลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและแจกถุงยังชีพให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่ ต.ดอนหัน และ ต.ท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการ กอนช. เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อติดตามเร่งรัดการแก้ไขปัญหาปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ตามลำน้ำชี ตั้งแต่จังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม โดยขณะนี้มวลน้ำกำลังเข้าสู่จังหวัดร้อยเอ็ด ยโสธร และจังหวัดอุบลราชธานีตามลำดับ ซึ่ง กอนช. ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตาม 10 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2564 เพื่อเตรียมการรับมือไว้ล่วงหน้าและสามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังเร่งขับเคลื่อนแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่ในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน ดังนั้น เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในขณะนี้ให้สิ้นสุดโดยเร็วประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด  สั่งการให้ทุกหน่วยปฏิบัติเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลากที่ยังมีแนวโน้มฝนตกหนักอยู่ในขณะนี้ เร่งดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุ รวมถึงวางแผนเก็บน้ำสำรองทุกแหล่งทั้งผิวดินและใต้ดินไว้รองรับในช่วงฤดูแล้งหน้าด้วย โดยมอบหมายให้ สทนช. ร่วมกับจังหวัด กรมชลประทาน และ กฟผ. พิจารณากำหนดแผนบริหารจัดการน้ำของเขื่อนอุบลรัตน์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงตลอดลำน้ำชีด้วย พร้อมทั้งให้อนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดขอนแก่น โดยจังหวัดขอนแก่น และ สทนช. เป็นเจ้าภาพหลักจัดทำแผนบูรณาการแก้ไขปัญหาน้ำแล้งและน้ำท่วมในจังหวัดขอนแก่น โดยเสนอผ่านคณะกรรมการลุ่มน้ำชี และให้ สทนช. รวบรวมเสนอ กนช. เห็นชอบต่อไป สำหรับโครงการที่ได้รับงบประมาณดำเนินการแล้วขอให้เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งเน้นย้ำทุกภารกิจด้านน้ำต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ำในระดับพื้นที่ ซึ่งจะเป็นการต่อยอดขยายผลการแก้ไขปัญหาด้านน้ำของประเทศได้อย่างยั่งยืน

สำหรับสถานการณ์พื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมจากอิทธิพลของพายุโซนร้อนเตี้ยนหมู่ที่สลายตัวเป็นดีเปรสชั่นและหย่อมความกดอากาศต่ำตามลำดับ และเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงวันที่ 24-25 .. 64 มีพื้นที่ได้รับผลกระทบรวม 9 จังหวัด ได้แก่ จ.ขอนแก่น มหาสารคาม ชัยภูมิ ยโสธร นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ซึ่ง กอนช. ได้ออกประกาศแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก น้ำล้นตลิ่ง และการเพิ่มการระบายน้ำของเขื่อนต่างๆ ล่วงหน้ารวม 4 ฉบับ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมการป้องกันผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนและทรัพย์สินจากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาหน่วยงานต่างๆ ได้ร่วมกันบริหารจัดการน้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่องเพื่อลดผลกระทบความรุนแรงของอุทกภัย อาทิ  จัดจราจรน้ำให้มาไหลรวมกันน้อยที่สุด บริหารพื้นที่ลุ่มต่ำให้เป็นแก้มลิงหน่วงน้ำ และเร่งระบายน้ำในแม่น้ำเพื่อรองรับน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบน รวมถึงปรับลดการระบายน้ำเขื่อนอุบลรัตน์จากวันละ 20 ล้าน ลบ.. ล่าสุดระบายเหลือประมาณ 10 ล้าน ลบ.. สำหรับสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคอีสานปัจจุบันคงเหลือพื้นที่น้ำท่วม 22 อำเภอ 4 จังหวัด ได้แก่ อ.คอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ อ.เมืองอุบลราชธานี และ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี 9 อำเภอ ใน จ.ขอนแก่น และ 10 อำเภอ ใน จ.นครราชสีมา  โดยสถานการณ์น้ำท่วม จ.ขอนแก่น ปัจจุบันระดับน้ำยังสูงกว่าตลิ่ง 0.50-1.10 เมตร แต่มีแนวโน้มลดลงวันละ 12 ซม. โดยคาดว่าน้ำที่หลากบริเวณหน้าเขื่อนมหาสารคาม อ.โกสุมพิสัย และท่วมทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำชี อ.เมืองขอนแก่น ประมาณ 10 -15 วัน จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวขัองเร่งให้การช่วยเหลือพร้อมสนับสนุนเครื่องจักรเครื่องมือเข้าดำเนินการให้สถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายโดยเร็ว ประกอบด้วย เครื่องสูบน้ำ 55 เครื่อง เรือ 5 ลำ รถยนต์ 8 คัน และเครื่องผลักดันน้ำ 40 คัน

ด้าน ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการ สทนช. กล่าวว่า สทนช.ได้เร่งรัดผลักดันแผนงาน/โครงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ จ.ขอนแก่น โดยหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยในปี’61–64 มีการพัฒนาแหล่งน้ำเกิดขึ้นรวม 2,070 แห่ง พื้นที่ได้รับการป้องกันกว่า 4.6 แสนไร่ เช่น ประตูระบายน้ำลำน้ำเชิญ แก้มลิงแก่งน้ำต้อน แก้มลิงหนองโป่งขี้กั่ว เป็นต้น และในปี’65 มีแผนงานโครงการพัฒนาแหล่งน้ำตามงบบูรณาการอีก 40 แห่ง ปริมาณน้ำ 3.62 ล้าน ลบ.. พื้นที่รับประโยชน์ 13,589 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์ 6,475 ครัวเรือน มีพื้นที่ได้รับการป้องกัน 963 ไร่ เช่น ระบบป้องกันน้ำท่วมชุมชนบ้านไผ่ แก้มลิงกุดหมากเท้งพร้อมอาคารประกอบ ฝายห้วยสายบาตร และอนุรักษ์ฟื้นฟูห้วยโพงพร้อมระบบกระจายน้ำ เป็นต้น ขณะเดียวกันยังได้เร่งขับเคลื่อนแผนงานโครงการสำคัญ อีก 13 โครงการที่เน้นเพิ่มการเก็บกักน้ำในช่วงฤดูฝน และการป้องกันน้ำท่วมเพื่อป้องกันชุมชนและพื้นที่เศรษฐกิจในจังหวัดขอนแก่น ซึ่งจะเริ่มดำเนินการในช่วงปี’66 - 68 เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ จะเพิ่มน้ำต้นทุนได้ 36.4 ล้าน ลบ.. พื้นที่รับประโยชน์ 35,181 ไร่ และ 9,344 ครัวเรือน อาทิ การขุดลอกแม่น้ำชี ระยะทาง 215 กม. อ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้ ระบบระบายน้ำหลักเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนเมืองขอนแก่น ระยะที่ 2 แก้มลิงหนองเอียด และแก้มลิงหนองแปน เป็นต้น

------------------------------------

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ

14 ตุลาคม 2564

 

สทนช. ร่วมกับ สสน. จัดทำ “ศูนย์ข้อมูลทรัพยากรน้ำระดับจังหวัด” 76 จังหวัด พร้อมใช้งานแล้วทางเว็บไซต์

สทนช. ร่วมกับ สสน. จัดทำ “ศูนย์ข้อมูลทรัพยากรน้ำระดับจังหวัด” 76 จังหวัด พร้อมใช้งานแล้วทางเว็บไซต์ http://pwrc.thaiwater.net/
และสามารถติดตามสถานการณ์น้ำผ่าน “ศูนย์ฯ น้ำจังหวัด” รายจังหวัด ดังนี้

💧สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ภาค 1 (ภาคเหนือ)
1 แพร่ http://phrae.thaiwater.net/
2 พิจิตร http://phichit.thaiwater.net/
3 ลำพูน http://lamphun.thaiwater.net/
4 น่าน http://nan.thaiwater.net/
5 ลำปาง http://lampang.thaiwater.net/
6 เชียงใหม่ http://chiangmai.thaiwater.net/
7 พิษณุโลก http://phitsanulok.thaiwater.net/
8 กำแพงเพชร http://kamphaengphet.thaiwater.net/
9 อุตรดิตถ์ http://uttaradit.thaiwater.net/
10 พะเยา http://phayao.thaiwater.net/
11 เชียงราย http://chiangrai.thaiwater.net/
12 แม่ฮ่องสอน http://maehongson.thaiwater.net/
13 ตาก http://tak.thaiwater.net/
14 สุโขทัย http://sukhothai.thaiwater.net/
.

💧สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ภาค 2 (ภาคกลาง)
15 พระนครศรีอยุธยา http://ayutthaya.thaiwater.net/
16 สุพรรณบุรี http://suphanburi.thaiwater.net/
17 ฉะเชิงเทรา http://chachoengsao.thaiwater.net/
18 สระแก้ว http://sakaeo.thaiwater.net/
19 จันทบุรี http://chanthaburi.thaiwater.net/
20 เพชรบูรณ์ http://phetchabun.thaiwater.net/
21 นครนายก http://nakhonnayok.thaiwater.net/
22 สมุทรปราการ http://samutprakan.thaiwater.net/
23 นนทบุรี http://nonthaburi.thaiwater.net/
24 ปทุมธานี http://pathumthani.thaiwater.net/
25 อ่างทอง http://angthong.thaiwater.net/
26 ลพบุรี http://lopburi.thaiwater.net/
27 สิงห์บุรี http://singburi.thaiwater.net/
28 ชัยนาท http://chainat.thaiwater.net/
29 สระบุรี http://saraburi.thaiwater.net/
30 ราชบุรี http://Ratchaburi.thaiwater.net/
31 กาญจนบุรี http://kanchanaburi.thaiwater.net/
32 นครปฐม http://nakhonpathom.thaiwater.net/
33 สมุทรสาคร http://samutsakhon.thaiwater.net/
34 สมุทรสงคราม http://samutsongkhram.thaiwater.net/
35 นครสวรรค์ http://nakhonsawan.thaiwater.net/
36 อุทัยธานี http://uthaithani.thaiwater.net/
37 ชลบุรี http://chonburi.thaiwater.net/
38 ระยอง http://rayong.thaiwater.net/
39 ตราด http://trat.thaiwater.net/
40 ปราจีนบุรี http://prachinburi.thaiwater.net/
41 เพชรบุรี http://phetchaburi.thaiwater.net/
42 ประจวบคีรีขันธ์ http://prachuapkhirikhan.thaiwater.net/
.

💧สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ภาค 3 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)
43 สกลนคร http://sakonnakhon.thaiwater.net/
44 ชัยภูมิ http://chaiyaphum.thaiwater.net/
45 นครราชสีมา http://nakhonratchasima.thaiwater.net/
46 บุรีรัมย์ http://buriram.thaiwater.net/
47 ยโสธร http://yasothon.thaiwater.net/
48 หนองบัวลำภู http://nongbualamphu.thaiwater.net/
49 ขอนแก่น http://khonkaen.thaiwater.net/
50 มหาสารคาม http://mahasarakham.thaiwater.net/
51 ร้อยเอ็ด http://roiet.thaiwater.net/
52 มุกดาหาร http://mukdahan.thaiwater.net/
53 อุบลราชธานี http://ubonratchathani.thaiwater.net/
54 สุรินทร์ http://surin.thaiwater.net/
55 ศรีสะเกษ http://sisaket.thaiwater.net/
56 อำนาจเจริญ http://amnatcharoen.thaiwater.net/
57 อุดรธานี http://udonthani.thaiwater.net/
58 เลย http://loei.thaiwater.net/
59 หนองคาย http://nongkhai.thaiwater.net/
60 กาฬสินธุ์ http://kalasin.thaiwater.net/
61 นครพนม http://nakhonphanom.thaiwater.net/
62 บึงกาฬ http://buengkan.thaiwater.net/
.

💧สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ภาค 4 (ภาคใต้)
63 สุราษฎร์ธานี http://suratthani.thaiwater.net/
64 ชุมพร http://chumphon.thaiwater.net/
65 ตรัง http://trang.thaiwater.net/
66 นครศรีธรรมราช http://nakhonsithammarat.thaiwater.net/
67 สงขลา http://songkhla.thaiwater.net/
68 ยะลา http://yala.thaiwater.net/
69 ปัตตานี http://pattani.thaiwater.net/
70 นราธิวาส http://narathiwat.thaiwater.net/
71 กระบี่ http://krabi.thaiwater.net/
72 พังงา http://phangnga.thaiwater.net/
73 ภูเก็ต http://phuket.thaiwater.net/
74 สตูล http://satun.thaiwater.net/
75 พัทลุง http://phatthalung.thaiwater.net/
76 ระนอง http://ranong.thaiwater.net/